“แสงแดดตอนเช้านี้ดีจังเลยเนอะ”
ผมลืมตาขึ้นมาเห็นแสงแดดอ่อนๆลอดเข้ามาทางหน้าต่างผ่านผ้าม่านส่อเข้ามาในห้องผม
เสียงนกบนต้นไม้ข้างๆหน้าต่างห้องผมเป็นเหมือนเสียงเพลงยามเช้าสำหรับผม
ชวนให้ผมเก็บม่านและเปิหน้าต่างเพื่อจะฟังเสียงนั้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
“อือ สดชื่นจัง”
สายลมอ่อนๆที่พัดเข้ามาปะทะกับหน้าผมทำให้ผมรู้สึกีมากผมชอบธรรมชาติแบบนี้
ชีวิตที่สงบแบบนี้เป็นสิ่งที่ผมชอบมาก
แต่ใครจะรู้บางทีวันนี้...........อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้รู้สึกแบบนี้
ก็ได้
.
.
“ว้าว พี่นานะทำไมวันนี้แต่งตัวสวยมากินข้าวล่ะคับ”
“ก็วันนี้พี่จะไปส่งปริ้นที่โรงเรียนไง”
“ไม่ต้องลำบากก็ได้คับ โรงเรียนอยู่แค่นี้เอง เดนแปปเดียวก็ถึง
พี่นานะพักผ่อนดีกว่านะคับ”
“ก็อยากที่ปริ้นบอกนั้นแหละโรงเรียนอยู่แค่นี้เอง เดินไปแปปเดียวก็ถึง
ส่งปริ้นเสร็จพี่ก็จะมานอนต่อไม่เห็นจะลำบากตรงไหนเลย”
พี่นานะมักจะเป็นแบบนี้เสมอ มักจะหาเวลามาใสใจผม
แล้วแบบนี้ผมจะโตได้ยังไง คงจะต้องเป็นเด็กแบบนี้ไปตลอดเลยสิเนี่ย
“ผมคงห้ามพี่ไม่ได้ใช่มั้นอ่า งันวันนี้ก็รบกวนด้วยนะคับพี่สาว”
“จ้า”
หลังจากนั้นพอผมกับพี่กินข้าวเสร็จผมก็เดินไปโรงเรียนพร้อมกับพี่สาว
ตอนนี้ก็ 06.45 น.แล้ว ทางไปโรงเรียนข้างเป็นมีแต่ต้นไม้เขียวชอุ่มเต็มตลอดสองข้างทาง
มีแดดส่อผ่านต้นไม้มาเป็นภาพที่สวยมาก
“ปริ้นพี่มีเรื่องอย่างถามปริ้นนะ”
“ มีอะไรหรอคับ “
“ปริ้น.......นายมีแฟนหรือยัง”
“ไม่มีหรอกคับถ้ามีผมบอกพี่ไปนานแล้ว”
“แล้วปริ้นมีคนที่ชอบหรือยัง”
“ก็ยังไม่มีนะคับ จะมีก็แต่พวกไอ้เอ็ม ไอ้เอสเตอร์ ไอ้ดรีม
และไอ้จิกกะ”
“ไม่น๊า น้องชายฉันจะเบี่ยงแบนหรือนี้แถมยังชอบตั้งสี่คนเนะ
หลายใจเกนไปแล้วนะ”
“พี่ก็พูดซะโอเวอร์เลยนะคับ ไอ้สี่คนนั้นมันก็เพื่อนสนิมผมนะคับ
อีกอย่งผม็ไม่ค่อยสนใจเรื่องรักๆอะไรนี้เลยด้วย”
“ดีแล้วล่ะ พี่จะได้สบายใจขึ้นหน่อย”
“สบายใจเรื่องอะไรหรอคับ”
“ก็พี่กลัวว่าจะมีคนมาทำให้ปริ้นเสียใจนะสิ”
“ถ้าเป็นเรื่องนั้นพี่นานะสบายใจได้เลยคับ ผมนะมันหล่อเลือกได้
ไม่โดนใครหักอกแน่นอน”
หึหึหึ บางครั้งผมก็เป็นคนแบบนี้แหละคับ
“ใครบอกมิทราบว่าปริ้นหล่อ ปริ้นนะน่ารักมากๆต่างหาก”
“ไม่เอาหรอกพี่อ่ะ ผู้ชายที่ไหนเขาอยากให้ชมว่าน่ารักกัน
คำนั้นไว้ใช้กับผู้หญิงนะ สำหรับผมนะต้องหล่อเท่านั้น”
“ไม่มีทางอ่า
สำหรับพี่ปริ้นยังไงก็เป็นปริ้นที่แสนจัน่ารักอยู่วันยังค่ำนั้นแหละ”
“พี่นานะอ่า”
“ฮ่าฮ่าๆ โอๆ อย่างอลน๊า อ่ะถึงโรงเรียนแล้วหายงอลพี่นะ”
“ก็ได้คับ”
“ยังไงเนี่ยมีก็ได้ด้วย ยังไงก็ตั้งใจเรียนนะปริ้น (จุ๊บ)
พี่รักปริ้นนะ”
“คะ ครับ กะ กลับดีๆนะคับ”
สงสัยไหมว่าทำไมผมถึงพูดติดๆขัดๆ ไม่ใช่เพราะพี่จุ๊บหน้าผากผมหรอก
เพราะพี่ผมทำแบบนั้นทุกครั้งที่มาส่งมาโรงเรียนอยู่แล้ว
แต่สาเหตุที่ผมพูดติดขัดคือแว่วตาของนักเรียนหญิงคนอื่นๆที่อยู่หน้าประตูโรงเรียนตอนนี้นะสิคับ
ทำไมต้องมองผมแบบนั้นด้วยล่ะ มันน่ากลัวนะ
โอ๊ะ
“ไอ้ปริ้น ยื่นทำไรว่ะไมไม่เดินเข้าโรงเรียน จะเจ็ดโมงแล้วนะ”
“น่ากลัวว่ะ”
“อ่อ
แกยังไม่ชินอีกหรอกว่ะสายตาที่พวกผู้หญิงมองแกยังกับจะกินแกไปทั้งตัวนะ”
“ฉันว่าตอนนี้มันน่ากลัวกว่าเดิมอ่ะ”
“น่ะล่ะสิก็ฉันมันโคตรหล่อนิ
พอพวกเราอยู่ด้วยกันความน่าสนใจก็จะถูกเพิ่มขึ้นตามจำนวนของพี่เรานี้แหละ
ชินได้แล้วป่ะเข้าโรงเรียน”
ให้ตายผมก็คงไม่ชิน
“สวัสดีคับสาวๆ”
ใครให้แกทำแบบนั้นอ่ะเอสเตอร์ฉันไม่อย่าหหูนวกแต่เช้านะ
กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆกรี๊ด
นั้นไงไอ้บ้าเอสเตอร์เอย ผมตัดสินใจรีบเดินตรงเข้าไปที่ห้องชมรมทันที
“ปริ้น รอด้วยดิว่ะ”
ไม่รอโว๊ย
วิ่งตามมาเองเถอะถ้ามันไม่ไปทักสาวๆพวกนั้นผมก็ไม่เป็นแบบนี้หรอก
ไม่รู้ผมบอกไปหรือยังว่าผมไม่ค่อยชอบความวุ่นวาย
ครืน ผมเปิดประตูห้องชมรมเข้าไป
กำลังจะปิดประตูละแต่เหฝ้นไอ้เอสเตอร์วิ่งมาใกล้ถึงแล้ว
“ปริ้น รอด้วยดิฉันอุสาวิ่งมาเลยนะเนี่ย”
“แกทำตัวเองเองนะเอสเตอร์”
“แค่ทักทายเอง อย่าเย็นชาไปหน่อยเลย”
“แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบเสียงดัง”
“อื้ม ฉันรู้”
สำหรับผมบางครั้งความหล่อของผมก็เป็นปัญหา
โรงเรียนของเรามีการจัดการโหวดขึ้นเพื่อหาว่าใครเป็นคนที่หล่อและดูดีที่สุดในโรงเรียนแยกออกเป็นหญิง-ชาย ผมให้คุณลองเดาดูสิคับว่าผมอยู่อันดับที่เท่าไร
เดาไม่ถูกกันล่ะสิ ผมอยู่อันดับที่3 ของโรงเรียนจากนักเรียนชายทั้งหมดเกือบสองพันคน
ส่วนเพื่อนผม เอสเตอร์ มันอยู่อันดับสองคับ
“อ้าวมาถึงกันแล้วหรอคับเนี่ย
ผมอุสารีบมาแล้วนะคับคิดว่าจะมาถึงก่อนซะอีก”
“อย่าทำน่าแบบนั้นสิจิกกะ มันไม่เหมาะกับหน้าตาขอลนายเลยนะ”
ผมก็พูดปลอบจิกกะ จิกกะเป็บเด็กผู้ชายที่น่ารักมากๆตัวเล็กกว่าผมอีกนะ
และแน่นอนจิกกะอยู่ในอันดับที่ 5 เขาเป็นคนที่อ่อนไหวได้ง่ายมาก พูดเพราะนิสัยดี
น่ารัก และขี้อ้อนที่สุด
“ปริ้น ผมอุสาตื่นเช้าเพื่อมาทำเซอร์ไพรคุณเลยนะ อึก”
“จิกกะ!!!!”
ดัง ดังมาก เสียงนายดังมากเลยนะเอสเตอร์ แต่เซอร์ไพรอะไรผมงง
“ผมขอโทษ อึก ฮือๆ”
ผมเดินเข้าไปกอดจิกกะไว้เพราะตอนนี้จิกกะร้องไห้แล้ว
และเวลาที่จิกกะร้องไห้เป็นอะไรที่ทำผมเศร้ามาก ลองคิดดูสิผู้ชายน่ารักๆผิวขาวตัวเล็กๆมายื่นร้องไห้ต่อหน้าคุณจะทำยังไง
“ไม่ร้องนะจิกกะไม่ได้ทำอะไรผิด อย่าร้องเลยนะไม่งันผมร้องไห้ตามนะ”
จริงๆก็พูดไปงันแหละ เพราะจิกกะแคร์ผมมาก
ถ้าผมพูดแบบนี้อีกซักพักเดี๋ยวก็หยุด
“อึก ผม ฮึกผมไม่ร้องไห้แล้ว ปริ้นอย่าร้องตามผมนะ”
“ดีมากเลยคนเก่งหยุดร้องไห้ ไหนยิ้มซิคับ”
เวลาอยู่กับจิกกะผมเหมือนมีน้องชายน่ารักๆคนหนึ่งเลย
เข้าใจความรู้สึกของพี่นานะแล้วว่าเป็นยังไง
“นี้ๆ เลิกอ้อนเลิกปลอบกันซักที ฉันยังอยู่ตรงนี้อีกคนนะ”
“เพราะนายนั้นแหละเอสเตอร์ทำไมต้องเรียกจิกกะซะเสียงดังขนาดนั้นด้วย”
...... เงียบคับ เอสเตอร์ไม่เถียงผมเลย
“.......คือความจริง จิกกะเป็นคนผิดเองแหละปริ้น เอสเตอร์ไม่ผิดหรอก”
“ผิด ผิดอะไรปริ้นไม่เข้าใจ”
“ แฮปปี้เบอร์เดย์ทูยู แฮปปี้เบอร์เดย์ทูยู แฮปปี้เบอร์เดย์ทูยู
แฮปปี้เบอร์เดย์ แฮปปี้เบอร์เดย์ แฮปปี้เบอร์เดย์ทูปริ้น มีความสุขมากๆนะปริ้น”
ทุกคนร้องไห้ประสานเสียงกันได้ดีมากอ่ะ
และเค้กที่อาจารย์เซนหลู่ถือมามีเทียนปักอยู่หนึ่งเล่ม และหน้าเค้ก >//<
มันเป็นหน้าของผมอ่ะ
ผมดีใจจนยิ้มหน้าบานแล้วมั้งเนี่ย
“ขอบใจนะจิกกะ เอสเตอร์ ดรีม เอ็ม และอาจารย์เซนหลู่
ขอบคุณทุกคนมากๆนะ จริงๆไม่ทำแบบนี้ก็ได้ ผมดีใจจนอธิบายไม่ถูกเลยอ่ะ”
“พวกเราทุกคนตั้งใจทำให้ปริ้นนะถึงจะเป็นย้อนหลังก็เถอะ
นี้ๆของขวัญวันที่เกิดจิกกะให้ปริ้นนะ”
“ข้างในเป็นอะไรจิกกะ
สมกับเป็นนายเลยใช้กระดาษห่อของขวัญลายน่ารักมากเลย”
“ไม่บอกหรอกเปิดดูสิ”
“เปิดแกะไว้ถ้าไม่แกะฉันก็จะได้ให้ของฉันกับขวัญนาย”
“แกะสิฉันอยากรู้นิว่าจิกกะให้อะไร”
“ว้าววววววววววน่ารักที่สุดน่าจิกกะ”
“เพื่อปริ้นคนเดียวเลยนะ ในโลกนี้มีแค่ตัวนี้ตัวเดียวเลย”
จิกกะรู้ใจผมที่สุดอ่ะ ของขวัญที่จิกกะให้คือ ตุ๊กตาหมาป่า
ที่คอของตุ๊กตามีปลอบคอเขียนว่า เจค๊อป แบล็ค เหมือนเจค๊อปตอนแปลงร่างเป็นหมาป่ามากๆอ่ะ
ขนาดตุ๊กตาก็ใหญ่พอที่ผมจะกอดมันแล้วทำให้รู้สึกอุ่น ขนนิ่มมากอ่ะ เจค๊อปของผม
สงสัยไหมว่าเจค๊อปคืออะไร มันมาจากหนังเรื่องแวไพร์ทไวไลน์ไง
ทั้งที่ที่ชื่อเรื่องเป็นแวมไพร์ที่ผมกลับชอบพวกหมาป่ามากกว่า โดยเฉพาะเจค๊อปที่ดูแล้วชอบเรื่องนี้เพราะเจค๊อปเนี่ยแหละ
“ผมไม่เคยมีตุ๊กตา ตัวนี้ตัวแรกเลย ผมรักตัวนี้เจค๊อป ของคุณนะจิกกะ”
ครอบครัวจิกกะทำโรงงานผลิตและขายตุ๊กตาคับ มีขายทั้งในและนอกประเทศ
“ก็น่ารักดีนิ อ่ะ ของฉัน”
“นี้มัน ตั๋วเครื่องบินไป-กลับมัลดิฟ เอสเตอร์ฉันอยากไปก็จริงนะแต่ฉันไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับที่นั้นเลยนะ”
“ไม่ห่วงฉันจ้องห้องพักสำหรับสองคนกับทริปเที่ยวแบบส่วยตัวให้นายกับพี่นานะ
ส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมดฉันจ่ายไปหมดแล้ว”
“มากไปหรือปล่าวเอสเตอร์ อีกอย่างฉันจะไปยังไงตั้งสิบวัน
จะให้ฉันลาเรียนนานขนาดนั้นเลยหรอ”
“ฉันจัดการเรื่องวันเวลาให้แล้ว
ฉันให้นายไปหลังจากสอบกลางภาคเทอมสองเสร็จจากนั้นโรงเรียนก็ปิดปี่ใหม่ต่ออีก 15
วัน
ฉันให้นายไปสิบวันอีกห้าวันกลับมาพักผ่อน เห็นไหมไม่กระทบกับอะไรแล้วนะ”
“ฉันว่ามันมากไปอ่ะเอสเตอร์”
“ฉันว่าไม่หรอกนะปริ้น สำหรับเอสเอตร์ให้นายแค่นี้มันเป็นแค่เรื่องเล็กเองนะ
รับไว้เถอะเชื่อฉัน”
เอ็มพูดขึ้นมาหลังจากที่ผมทำท่าอึกอัด ใช่เรื่องเล็กมากสำหรับเอสเตอร์
โรงแรมและที่พัก ทริปท่องเที่ยวในไทย ญี่ปุ่น อังกฤษ จีน
นิวซีแลนด์และอีกหลายๆประเทศส่วนใหญ่เป็นของครวบครัวเอสเตอร์ทั้งนั้น
“อื้ม ขอบใจนะเอสเตอร์”
“ต่อไปก็ของฉันนะปริ้น “
“คืออะไรหรอเอ็ม”
“รู้สึกกล่องเบาๆใช่ม๊า
ในนั้นมันไม่มีอะไรหรอกเพราะที่จะให้มันใส่กล่องไม่ได้
ของขวัญจากฉันแอร์เครื่องใหม่นะกินน้อยไฟและเป็นมิตรกับธรรมชาติฉันให้เครื่องพี่อาร์มก็ฝาหให้นายอีกเครื่องรวมเป็นสองเครื่องฉันใช้ให้คนเอาไปติดตอนเราเลิกเรียนจะได้ไม่รบกวนเวลานอนของพี่นาย
ติดใหม่ในห้องนายกับพี่สาวนาย โอเคใช่ไหม”
ครอบครัวของเอ็มทำธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอุปกร์อิเล็กส์ทรอนิกส่งออกและนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กส์ทรอนิกจากต่างประเทศ
“อื้ม ขอบใจนะเอ็ม” ผมรู้ว่ายังไงก็คงจะปฎิเสธไม่ได้
“ตอนไปก็ของฉันสินะ
ก็ไม่มีอะไรมากหรอกแค่บัตรซื้อหนังสือฟรีตลอดชีวิตนาย
อยากไปหนังสือติวสอบหรือหนังสืออะไรก็ใช้บัตรนี้นะ”
“ขอบคุณนะดรีม”
อยากรู้มั้ยครอบครัวดรีมทำอะไร ใบ้ให้นะไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวผมเท่าไร
เฉลยล่ะกัน โรงเรียนที่ผมเรียนอยู่ที่นี้คือโรงเรียนเอกชนซึ่งพ่อของดรีมเป็นผู้อำนวยการและเป็นเจ้าของโรงเรียนและร้านหนังสือเกือบทั้งหมดในเขตนี้เป็นของครอบครัวดรีม
และมีในเขตอื่นทั่วประเทศ
รวมไปถึงโรงพิมพ์ที่ใช่สำหรับตีพิมพ์หนังสือก็ของครอบครัวดรีมเหมือนกัน
“ส่วนครูก็เป็นบัตรติวฟรีที่สถาบันของครูนะ คอสสอบเข้ามหาลัยหรือคอสO-netก็เลือกได้เลยนะ
เข้าไปทุกคอสที่ปริ้นอยากเรียนเลย”
“ขอบคุณคับอาจารย์”
อาจารย์เซนหลู่เป็นครูเอกวิชาฟิสิกส์
แต่จริงๆครูก็สอนได้ดีในทุกๆวิชานั้นแหละ
และครูก็มีสถาบันอยู่ใกล้นี้ถ้านับจากโรงเรียนไปก็คงจะประมาณสองกิโลกว่าๆได้
“ขอบคุณนะทุกคน ฉันดีใจจนไม่รู้จะพูดยังไงดี ขอบคุณจริงๆนะ”
“ไม่เป็นไรหรอกนะปริ้น วันเกิดปริ้นมีแค่ปีละครั้งนี้
และตอนเที่ยงพวกเราออกไปเลี้ยงต่อที่ร้านอาหารข้งนอกกันดีไหม ได้ใช่มั้ยดรีม”
“อื้ม ได้สิ ขอผู้อำนวยการให้แล้วล่ะ”
“น๊าๆๆๆนะปริ้น ฉันเป็นเจ้ามื้อเอง นะปริ้น”
จิกกะตัวเล็กอ้อนผมด้วยน่าตาและท่าทางที่น่ารักนั้นทำให้ผมอดยิ้มกับความน่ารักนี้ไม่ได้
“โอเคๆ ไปก็ไปคับ”
“งันเอาเค้กแช่ตู้เย็นก่อนนะ
พวกนายก็ตร้อมตัวไปแล้วใกล้เวลาเข้าแถวแล้ว”
“ครับอาจารย์”
ดรีมยิ้มตอบอาจารย์ไป แต่ผมหรอเดินไปหยิบที่อุดหูมาทันที
“ปริ้นหยิบให้ผมด้วยนะ”
“ได้สิ มีใครจะเอาอีกบ้าง”
ทุกคนยกมือหมดแล้ว ผมไม่สงสัยว่าทำไม ก็อย่างที่บอก
จิกกะเป็นอันดับห้า เอ็มเป็นอันดับสี่ ผมป็นอันดับสาม เอสเตอร์อันดับสอง
และแน่นอนคนที่หล่อและดูดีที่สุดรวมไปถึงเรียนเก่งที่สุดติดหนึ่งในสิบของประเทศดรีมเป็นอันดับหนึ่ง
ไม่บอกก็รู้ใช่ไหมว่าถ้าเราทั้งห้าคนอยู่ด้วยกันเป็นจะเป็นยังไง หึหึหึ........................
...................................................................................................................................................................................................
ความวุ่นวายช่วงเปิดเทอมถือเป็นเรื่องปกตินะ
แต่เรื่องไม่ปกติกำลังจะเกิดขึ้นให้ตอนต่อไปแล้ว
เตรียมใจไว้หรือยัง
โนวากิ

